Pacific Hermitage

posted on 08 Jul 2010 23:26 by fearlessdiary in USA

คณะสงฆ์วัดป่าอภัยคีรีออกเดินทางมาที่เมือง White Salmon รัฐ Oregon เพื่อเปิดสาขาใหม่ซึ่งมีชื่อว่า Pacific Hermitage ขับรถขึ้นมาทางทิศเหนือใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 ชั่วโมง หักลบกลบเวลาหยุดพักฉันอาหาร เติมน้ำมัน แวะร้านกาแฟออกไป 2 ชั่วโมง สิริรวมก็ 17 ชั่วโมง พอๆกับนั่งรถจากอุบลฯไปเชียงใหม่

 

 

ระหว่างทางเราแวะชม Carter Lake ซึ่งเป็นทะเลสาบที่เกิดขึ้นในปล่องภูเขาไปโบราณ เป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดในสหรัฐอเมริกา น้ำใสสะอาดบริสุทธิ์เพราะมีเพียงน้ำฝนกับหิมะที่ละลายไหลลงไปรวมอยู่เบื้องล่าง ไม่มีทางเชื่อมต่อกับแหล่งน้ำอื่น ที่นี่มีหิมะตลอดทั้งปี ข้าฯเห็นเด็กๆปั้นก้อนหิมะเป็นลูกกลมๆขว้างหัวกันแล้วน่าสนุกดี

 

 

Pacific Hermitage เกิดขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงของกลุ่มชาวพุทธที่ใช้ชื่อว่า Portland Friendsof the Dhamma ในเบื้องต้นกลุ่ม PFD ได้ขอเช่าพื้นที่แห่งเป็นเวลา 1 ปี(1,000 ดอลล่าร์/ เดือน) แล้วนิมนต์พระมาจากวัดป่าอภัยคีรีจำนวน 3 รูปมาจำพรรษาเพื่อดูลาดเลาไปพลางๆก่อน ภายในบริเวณมีบ้านหนึ่งหลังในอัตราส่วน 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องโถง 1 ห้องครัว 1 โรงรถ และมีป่าขนาดย่อมๆอยู่ด้านข้าง กำลังปลูกสร้างกุฏิอีก 1 หลัง

 

 

หกโมงเช้าข้าฯออกไปเดินสำรวจถนนด้านหน้าที่พักสงฆ์ เพียงสิบนาทีก็พบภาพวิวภูเขาสวมหมวกหิมะประมาณภูเขาไปฟูจิที่ญี่ปุ่น แต่หมวกใบนี้มียอดที่แหลมกว่า ขณะกำลังบันทึกภาพก็มีสุภาพสตรีอายุประมาณ 70 ปีเดินออกกำลังกายเข้ามาทักทาย เขาบอกว่าลูกสาวเคยเข้าคอร์สฝึกสมาธิที่อาสก้าเคยบอกผู้เป็นแม่ว่า พระพุทธเจ้าสอนว่าธรรมชาติทั้งมวลปกป้องเรา ข้าฯบอกคุณยายว่าเกรงว่าจะไม่ใช่คำสอนของพระพุทธเจ้าเสียแล้ว คุณยายจึงถามว่า งั้นพระพุทธเจ้าสอนอะไร?

 

สิ่งแรกที่ข้าฯนึกถึงคือ พระพุทธเจ้าสอนว่าชีวิตคือความทุกข์และพระองค์ทรงสอนวิธีทำที่สุดแห่งความทุกข์ แต่นึกขึ้นมาได้ว่าอาจจะต้องอธิบายต่อไปอีกว่าความแก่ ความเจ็บ ความตาย คือความทุกข์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวตะวันตกไม่อยากได้ยิน เพราะมันแรงเกินไปสำหรับเขา ข้าฯจึงตัดสินใจบอกเขาบอกว่า ข้าฯเป็นเพียงนักเรียนภาษาอังกฤษ ความรู้ภาษาอังกฤษที่มีอยู่ตอนนี้ไม่เพียงพอที่จะอธิบายคำสอนของพระพุทธเจ้า ถ้าคุณยายสนใจก็เชิญไปสนทนากับพระอาจารย์ได้ ที่พักสงฆ์ก็อยู่ตรงที่คุณยายเดินผ่านมาเมื่อกี้นี้เอง จากนั้นเราต่างก็ร่ำลาเพราะต่างก็ได้เวลาข้าวโอ๊ตด้วยกันทั้งคู่

 

 

ภาษาอังกฤษคำละวัน : Pacific นอกจากจะเป็นชื่อของมหาสมุทรแล้วยังแปลได้ว่า ความสงบสุข 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

คนพูดมากเขาก็นินทา
คนพูดน้อยเขาก็นินทา
นั่งนิ่งๆเขาก็นินทา
คนไม่ถูกนินทาไม่มีในโลก

#8 By เปสโลภิกขุ on 2010-07-11 05:44

นตฺถิ โลเก อนินฺทิโต

#7 By q (58.8.111.110) on 2010-07-10 22:40

การบ้าน : จงยกตัวอย่างผู้ที่ไม่เคยถูกนินทาเลยในโลกนี้มาหนึ่งตัวอย่าง

#6 By เปสโลภิกขุ on 2010-07-10 12:39

ฮ่าๆๆ อยู่ในเล่มนั้นแหละค่ะ ที่จริงเรื่องนี้ติดอยู่ในใจหนูมานานแล้วนะ พอเจอ pattern หลวงพี่ปุ๊ป รู้สึกใช่เลย!! แล้ว pattern ของหลวงพี่ ณ ขณะนี้พอใจหรือยังคะ?

ตอนนี้ชีวิตทางโลกหนูมีคนมาปรึกษา ส่วนมากก็บอกว่าปล่อยวางไม่ได้ โดยเฉพาะเวลาถูกนินทา ล้มแล้วโดนเหยียบ เจ็บเพราะคำพูดคน เค้าว่าพูดว่าปล่อยวางได้ง่ายแต่ปฏิบัตินั้นยากมาก จะแนะนำเค้าอย่างไรดีค่ะ? กราบขอบพระคุณหลวงพี่ล่วงหน้าค่ะ big smile

#5 By onnsy on 2010-07-09 10:59

อ่านไปแล้วนี่ ในหนังสือ "แดนสนทนา" big smile

#4 By เปสโลภิกขุ on 2010-07-09 10:18

โบ้ยให้พระอาจารย์ซะงั้น

#3 By q (58.181.143.162) on 2010-07-09 09:41

Hot! Hot! ทั้งน้ำทั้งฟ้าสีเดียวกันหมดเลยค่ะหลวงพี่ สวยจริงๆค่ะ

ปล. ทำไมชาวตะวันตกถึงไม่ชอบ เกิด แก่ เจ็บ ตาย หล่ะคะ? ตอนนี้ยิ่งศึกษาธรรมะ ยิ่งรู้สึกว่าชีวิตนี้มันทุกข์จริงๆค่ะ ทุกข์ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจนถึงกระทั่งตาย แต่ก็ไม่ได้สงสัยนะคะว่าเราเกิดมาทำไม แต่มีความรู้สึกว่า ทำไมเราต้องใช้ชีวิตแบบติด pattern เกิด เรียนหนังสือ หางาน ทำงาน หาสามี มีครอบครัว มีลูก ส่งเสียลูก เจ็บป่วย แล้วก็ตาย หลวงพี่ก็เคยเบื่อ pattern นี้เหมือนกันรึป่าวคะ?

#2 By onnsy on 2010-07-09 08:19

สวยจังเลยยย
อยากไปบ้างจัง แต่พอคิดถึงความหนาวแล้วก็หวั่นๆ
เพราะตอนนี้ที่ซิดนีย์ก็รู้สึกหนาวน่าดูอยู่เหมือนกัน
sad smile

#1 By tuktuk (60.242.163.128) on 2010-07-09 08:10