Vinaya Classes

posted on 10 Aug 2010 22:55 by fearlessdiary in USA

ช่วงเข้าพรรษาเป็นเวลาที่พระภิกษุสามเณรจะได้ศึกษาพระวินัยอย่างต่อเนื่อง เพราะเหตุที่จะเดินทางใกล้ไกลมีน้อย ทำให้คณะสงฆ์รวมตัวกันได้อย่่างเหนียวแน่น การเรียนพระวินัยที่เมืองไทยกับที่อเมริกามีความแตกต่างกันอยู่หลายประการ ประชากรไทยจะคุ้นเคยกับการศึกษาในรูปแบบที่ว่า อาจารย์ผู้สอนจะถ่ายทอดวิทยาการต่างๆให้กับลูกศิษย์โดยผู้เป็นศิษย์มีหน้าที่ตั้งใจฟังเพียงอย่างเดียว ซึ่งระบบการศึกษาแบบนี้ได้ถ่ายเทมาถึงชั้นเรียนพระสงฆ์ที่เมืองไทยด้วย

 

ในชั้นเรียนพระวินัยพระอาจารย์จะขึ้นธรรมาสน์อ่านหนังสือที่มีชื่อว่าบุพพสิกขาวรรณนา ซึ่งตีพิมพ์มาตั้งแต่ พ.ศ 2403 หรือเมื่อประมาณ 150 ปีที่แล้ว ภาษาในการเขียนก็เป็นภาษาที่ใช้กันในสมัยนั้น เมื่อมาประกอบกับการอ่านต่อเนื่องยาวนานเป็นเวลาเกือบ 2 ชั่วโมง จึงทำให้พระหนุ่มเณรน้อยที่คุ้นเคยกับความฉับไวในแบบ Karate Kid หาวนำ้ตาไหลเป็นทางยาว ผู้ที่ได้รับประโยชน์ในการนี้มากที่สุดน่าจะเป็นพระอาจารย์เพราะท่านต้องเตรียมตัวมาเพื่ออธิบายพระวินัยในแต่ละข้อ ถ้าจะให้พระหนุ่มเณรน้อยถามปัญหาคาใจ ก็ไม่เคยปรากฏมาก่อนว่าจะมีใครถามอะไร เพราะนี่เป็นข้อมูลใหม่ที่พึ่งได้ยินได้ฟังเป็นครั้งแรกหนำซ้ำยังมากมายก่ายกอง ไฉนเลยจะมีแก่ใจวิเคราะห์พินิจพิจารณา

 

 

 

 

ส่วนการเรียนพระวินัยที่วัดป่าอภัยคีรี ในแต่ละวันจะมีการขึ้นป้ายประกาศว่าครั้งต่อไปจะเรียนเกี่ยวกับหัวข้อใด จะต้องอ่านหนังสือพระวินัยจากหน้าใดถึงหน้าใด ส่วนหนังสือที่ใช้เป็นหลักในการเรียนพระวินัยสำหรับพระชาวต่างประเทศก็คือ The Buddhist Monastic Code ของฐานิสโรภิกขุ ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2537 ในการเรียนพระวินัยแต่ละครั้ง คณะสงฆ์จะมอบหมายให้พระรูปหนึ่งทำการค้นคว้าพระวินัยจำนวน 1-3 ข้อ เพื่อนำมาอธิบายในชั้นเรียน เมื่อผู้ฟังและผู้อธิบายมีข้อมูลพร้อมสรรพ ต่างฝ่ายจึงสามารถอภิปรายซักถามแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้อย่างถึงพริกถึงขิง แต่บางตัวอย่างที่พระผู้มีหน้าที่อภิปรายยกมาก็พิสดารเข้าขั้นเช่น ถ้าพระบอกโยมผู้หญิงว่า “Your’s body is smell like roses”. จะต้องอาบัติอะไร?  

 

จากประสบการณ์ของข้าฯ การศึกษาค้นคว้าพระวินัยด้วยตัวเองจะทำให้จดจำได้นาน รวมทั้งเห็นวิธีป้องกันและแก้ปัญหาได้ดีกว่าการเป็นผู้รับสารเพียงฝ่ายเดียว หากค้นคว้าในตำราแล้วยังไม่คลายความสงสัย จึงมากราบเรียนถามครูบาอาจารย์เป็นการส่วนตัวในภายหลัง บ่อยครั้งที่เรียนไปแล้วแต่ไม่เคยประสบกับปัญหาในพระวินัยข้อนั้นโดยตรงก็ทำให้ลืมเอาได้ง่ายๆ แต่เมื่อใดที่ได้แก้ความสงสัยในข้ออาบัติต่างๆได้แล้ว จึงจะสามารถจดจำและอธิบายพระวินัยข้อนั้นได้อย่างมั่นอกมั่นใจ

 

ก่อนเดินทางมาอเมริกาข้าฯก็พิจารณาอยู่เหมือนกันว่าจะเอาหนังสือบุพพสิกขาวรรณนา ซึ่งทั้งหนาและหนักไปด้วยดีไหม? แต่สุดก็ท้ายก็ตัดสินใจเอาคู่มือปฐมพยาบาลและ Inside Macbook มาแทน ถึงวันนี้ดีใจเป็นที่สุดเมื่อรู้ว่ามีบุพพสิกขาวรรณนาออนไลน์ด้วย

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

อินเตอร์เน็ตเป็นแหล่งความรู้จริงๆครับ เพียงแต่มันไม่สนุกเท่าอ่านหนังสือจริงๆ

#3 By Clepsydra:: on 2010-08-11 22:57

เอ...น้อง onnsy ได้รับอีเมล์หรือเปล่า? ว่าจะให้ช่วยเขียนคำนิยม

#2 By เปสโลภิกขุ on 2010-08-11 18:29

แอบขำคู่มือปฐมพยาบาลค่ะหลวงพี่ confused smile ช่างคิดอ่ะค่ะ

แต่หนูชอบนะคะหลวงพี่ ค้นคว้าแล้วมาถกเถียงกัน ตอนสมัยหนูเรียนโรงเรียน โรงเรียนหนูก็สอนแนวนี้ เรียกว่า child center แต่พออยู่มหาลัยหนูก็ถอยหลังลงคลองเป็น karate kid ค่ะหลวงพี่ ว่าแล้วก้อคิดถึงสมัยเรียนจัง

cry

#1 By onnsy on 2010-08-11 16:17