Next Life

posted on 11 Dec 2010 11:49 by fearlessdiary in Talk

เปสโลภิกขุ : วันก่อนฟังพระสูตรๆหน่ึงเลยนึกถึงเรื่องที่โยมเคยคอมเม้นท์ในบล็อก (แถวๆเอนทรี่สุตตมยปัญญาฯ) หลวงพ่ออธิบายว่า คนที่ปฏิเสธเรื่องโลกนี้โลกหน้าเพราะในโลกปัจจุบันเขาประกอบแต่กรรมชั่ว เขากลัวว่าถ้าโลกหน้าหรือนรกมีจริง กรรมชั่วนั้นๆจะตามไปสนองเขา เป็นความกลัวที่อยู่ในใจลึกๆ แต่ถ้ามีคนถามเขาจะหาทางบ่ายเบี่ยงหรือปฏิเสธ ถ้าพิจารณาจากพฤติกรรมในอดีตของหลายๆคนที่มีความเห็นอย่างนี้ก็เข้าทางนะ หรือโยมว่าไง

โยม : กราบนมัสการค่ะหลวงพี่ โยมไม่เคยอ่านหรือศึกษาชีวิตเขาจริงจังนัก เพราะคิดว่ามันไม่จำเป็นเท่าไหร่อ่ะค่ะ โดยส่วนตัวโยมว่าบางคนก็อาจจะไม่ได้ทำอะไรผิดมหันต์ แต่เป็นที่แนวคิดของเขาที่เขาตกผลึกเอาเองจากการคิดการอ่านของเขาน่ะค่ะ เรื่องที่เราจะนับถือศาสนาพุทธนี่ โยมมานึกย้อนคำพูดของพระอาจารย์ท่านนึงที่วัดอุโมงค์ตอนที่ท่านเทศน์ให้ฟังส่วนตัว "เราต้องมีศรัทธาก่อน" คำพูดธรรมดาแต่จริงแท้ทีเดียว เขาไม่มีศรัทธาและขาดวาสนากับพุทธศาสนา คงยากที่เขาจะเข้าใจน่ะเองค่ะ กราบลาค่ะ

เปสโลภิกขุ : อาตมาก็คิดเหมือนกันว่าไม่จำเป็นต้องศึกษาให้สิ้นเปลืองเวลาและไม่เคยคิดจะศึกษาด้วย ถ้าจะศึกษาชีวิตมนุษย์ อาตมาศึกษาประวัติพระสาวกยังจะเกิดประโยชน์กับตัวเองมากกว่า แต่ว่านิสัยของคนมันก็แสดงออกมาทางการกระทำหรือคำพูดนะ อย่างที่สำนวนไทยว่า "สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล" อันนี้แหละที่เป็นจุดสังเกต ส่วนจะผิดมหันต์หรือไม่ อันนี้อาตมาบอกได้เลยว่ามหันต์ เพราะถ้าคิดผิด คำพูดก็ผิด การกระทำก็ผิด การดำเนินชีวิตก็ผิด ที่ว่าผิดนี้คือผิดทำนองคลองธรรมนะ ถ้าผิดทำนองคลองธรรมก็มั่นใจได้เลยว่า จะมีทุกข์โทษเป็นวิบากต่อไป (สำนวนพระๆยังไงชอบกล)

ที่พระอาจารย์วัดอุโมงค์ยกเรื่องศรัทธามาอธิบายก็เป็นกลางๆดี เหมือนที่ท่าน ว.วชิรเมธี อธิบายเรื่องผลกรรมของการทำแท้ง พระเมื่อยี่สิบปีที่แล้วท่านก็อธิบายแบบนี้ พระในอีกยี่สิบปีถัดไปท่านก็คงจะอธิบายไปในแนวนี้ แต่คำอธิบายของพระผู้ใหญ่ที่อาตมายกมาให้พิจารณาเป็นมุมมองที่แตกต่าง อาตมาอยู่ในวงการนี้มาสิบห้าปีก็เพิ่งจะเคยได้ยิน

ข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งก็คือ พระส่วนใหญ่ที่มาจากสายปริยัติ เวลาแสดงธรรมหรือตอบคำถาม ท่านมักจะใช้ตำราเป็นเกณฑ์ ซึ่งข้อดีก็คือผู้ฟังสามารถนำหลักฐานต่างๆที่ท่านนำมาอ้างอิงไปค้นคว้าเพิ่มเติมได้เอง ส่วนพระที่มาจากสายปฏิบัติ ท่านเรียนรู้จิตใจของตัวเอง เมื่อรู้จิตใจของตัวเองก็รู้จิตใจของคนอื่นด้วย อาตมาสังเกตเห็นว่า เวลาครูบาอาจารย์ในสายปฏิบัติตอบปัญหาธรรมะ ท่านไม่ได้มุ่งที่จะตอบคำถาม แต่ท่านจะพุ่งตรงไปที่ความขัดแย้งภายในใจผู้ถาม มันจะถึงลูกถึงคนกว่า 

Comment

Comment:

Tweet

กราบนมัสการค่ะ

เรื่องปริยัติกับปฏิบัติเนี่ย ถ้ามองกลางๆ มันน่าจะไปด้วยกันนะคะ แม้จริงอยู่ว่าปฏิเวธจะมาคู่กับปฏิบัติเท่านั้น แต่พระภิกษุส่วนใหญ่ไม่มีวาสนา บารมีเพียงพอ จะมีอาจารย์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเหมือนท่าน หรืออีกทางหนึ่งคือ พระภิกษุสายปฏิบัติที่พอจะสอนสั่งได้ ทยอยมรณภาพไปมากโขแล้ว

ถ้าเป็นไปได้ผู้ที่มีศรัทธาฝักในพระพุทธศาสนา ก็อยากได้ฟังธรรม กับพระอาจารย์สายปฏิบัติทั้งนั้น แต่น่าเสียดาย ที่พุทธศาสนิกชนยึดติดตัวบุคคลมากไปหน่อย ตัวดิฉันเอง แม้ไม่มีวาสนาได้พบพระอาจารย์สายปฏิบัติในขณะที่ท่านมีชีวิตอยู่ แต่ก็ได้อาศัยซีดีของท่าน ช่วยชี้ทางสว่างให้เสมอ ค่ะ

ฟังธรรมบ่อยๆ ปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิวิปัสนาเรื่อยๆ แม้ไม่มีโอกาสบวช จิตใจก็ละเอียดขึ้น ไปตมลำดับค่ะ

#4 By wonderboy on 2010-12-15 21:14

พระอาจารย์ตอบได้ถึงใจคนอ่านเจ้าค่ะ

#3 By UnjU NoNaN WednesinG on 2010-12-15 09:01

Hot!

#2 By Clepsydra:: on 2010-12-11 20:14

มีชาติหน้าจริง ก็ขอให้มีวาสนาได้นับถือศาสนาพุทธนี่ล่ะครูบา..เอ๊ย..เตียงน่านอนจริง ๆopen-mounthed smile

#1 By Trichada (118.172.38.185) on 2010-12-11 13:48