เรื่องเดิม

posted on 09 Jun 2011 06:05 by fearlessdiary in Questionz

โยม : หลวงพี่ค่ะ หลวงพี่เคยเจอคนแบบนี้ไหมค่ะ พวกพี่ๆที่ทำงานค่ะ กลุ่มหนึ่งมีศรัทธาที่จะปฎิบัติ โดยการหาสถานที่วิเวกเข้าคอร์สกรรมฐาน แต่อีกกลุ่มนึงมีความเชื่อว่า ฉันสามารถปฏิบัติเองได้โดยไม่ต้องพึ่งใคร แค่มีสติกับสิ่งที่เราทำให้ตลอด (โยมบอกเค้าว่านั่นแหละที่ยาก แต่เค้าบอกว่าไม่ยากๆๆ อยู่ที่จะทำหรือไม่ทำ เอ...แล้วมันไม่ยากยังไงหว่า)

เค้ามองว่าการที่ต้องเตรียมตัวเข้าวัด สมัครเข้าคอร์ส มันเป็นสิ่งยุ่งยากค่ะ เค้าบอกว่าเจอแต่เทศน์ที่ใช้ความโลภนำ อย่างนู้นอย่างนี้ เค้าเล่าว่าขนาดท่าน ว.วชิรเมธีบอกว่าฆ่าช้างบาปกว่าฆ่ามดเพราะตัวใหญ่ ซึ่งเค้าก็แย้ง คนกลุ่มนี้ไม่อยากฟัง ไม่อยากอ่าน เพราะเชื่อว่าฟังไป
เค้าก็แย้ง เพราะเค้าว่าไม่ใช่แก่นแท้ค่ะ อ้อ สาเหตุที่เริ่มคุยกันเรื่องนี้เพราะว่า โยมเอาซีดีของหลวงตามหาบัวไปให้เค้าค่ะ แล้วเค้าก็เอามาคืน น่าเสียดายแทนมากๆเลยค่ะ คนกลุ่มนี้มีความคิดที่ดี แต่มีมิจฉาทิฎฐิและเจอแต่สิ่งที่ไม่ใช่แก่น

 

เปสโลภิกขุ : เรื่องที่โยมเล่ามีแง่มุมให้พิจารณาหลายประการ

1.สำหรับนักปฏิบัติหน้าใหม่ปัจจัยสองอย่างที่ช่วยได้มากก็คือ สถานที่อันเหมาะสมและกัลยาณมิตร ความวิเวกของป่าทำให้เจริญสมาธิได้ดี การได้อยู่ใกล้ครูบาอาจารย์ทำให้การปฏิบัติก้าวหน้าเพราะ ท่านจะช่วยชี้แนะในจุดที่เราติดขัด ธรรมอุปมาของหลวงพ่อชาตอนหนึ่งก็น่าพิจารณาเหมือนกัน มีใจความประมาณว่า “ม้าที่ฝึกดีแล้วจะควบขี่โลดโผนโจนทะยานพิสดารอย่างไรก็ได้ แต่ม้าที่ยังไม่ได้ฝึกจะพาจ๊อกกี้เข้ารกเข้าพงลงเหวลงห้วย”

2.ฆ่าช้างบาปกว่าฆ่ามด เพราะช้างเป็นสัตว์มีคุณ ทำประโยชน์ได้มากกว่ามด

3.ครูบาอาจารย์แต่ละท่านมีคุณธรรม มีจริตนิสัย ตลอดจนไหวพริบปฏิภานในการแสดงพระธรรมเทศนาต่างกัน ผู้ฟังก็มีจริตนิสัยแตกต่างกัน อาจจะทดลองอ่านหรือฟังพระธรรมเทศนาของครูบาอาจารย์ท่านอื่นๆ ซึ่งยุคนี้มีให้ดาวน์โหลดมากมายทางอินเทอร์เน็ต ทั้งภาษาอีสาน ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ 

4.สาวกลัทธิมิจฉาทิฐิมีมาตั้งแต่ยุคก่อนพุทธกาล แม้ในปัจจุบันนี้ก็ยังมีอยู่

5.พรหมวิหารสี่คือเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็นธรรมะแบบองค์รวม ต้องปฏิบัติให้ครบโดย พิจารณานำมาใช้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์จึงจะสำเร็จประโยชน์ เรียกว่า “การปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม”

Comment

Comment:

Tweet

เป็นไปได้ทีเดียวว่า คนใจดีที่ว่านั้นเจอเพียงอารมณ์ที่มีความรุนแรงระดับต่ำถึงปานกลาง ถ้าเจออารมณ์ที่มีความรุนแรงระดับสูง
รายไหนก็รายนั้น ตราบใดที่ยังไม่ถึงที่สุดของการปฏิบัตินี่
ประมาทไม่ได้เลย

#10 By เปสโลภิกขุ on 2011-06-13 02:32

สาธุค่ะหลวงพี่

ขนาดออนเข้าป่าทุกปี เวลาโมโหทีก้อเกือบตามไม่ทันทุกทีเลยค่ะ question ยังต้องฝึกอีกเยอะนักๆ

พระอาจารย์เคยตอบคำถามนี้เหมือนกัน ประมาณว่ามีโยมถามว่า คนที่ไปปฏิบัติธรรมแล้วยังโกรธอยู่ กับคนที่มีจิตใจดีอยู่แล้ว ไม่ได้ไม่ฝึกตน คนแบบไหนน่ายกย่องกว่ากัน พระอาจารย์ตอบว่า แบบแรกน่าชื่นชมกวาเพราะรู้จักหาทางออก คิดอีกแง่ถ้าไม่ไปวัดอาจจะแย่กว่านี้.... (ฟังแล้วโดนใจ ถ้าไม่ได้ไปวัด คงจะแย่กว่านี้จริงๆ)

สาธุ สาธุ สาธุ ค่าาาา big smile

#9 By ออน (180.183.138.3) on 2011-06-10 17:34

สาธุเช่นกันครับ big smile Hot!

#8 By i'am-toontoon on 2011-06-10 00:12

สาธุครับbig smile big smile

#7 By บ้านชาวนา on 2011-06-09 17:17

สาธุbig smile

#6 By Clepsydra:: on 2011-06-09 16:26

Hot! Hot!
"สาวกลัทธิมิจฉาทิฐิมีมาตั้งแต่ยุคก่อนพุทธกาล แม้ในปัจจุบันนี้ก็ยังมีอยู่"

สาธุค่ะbig smile

#5 By ' I'm E29AZA ' on 2011-06-09 14:17

นึกถึงนิทานเรื่อง ชาล้นถ้วย นะครับหลวงพี่Hot! Hot!

สาธุครับbig smile

#4 By tongg on 2011-06-09 13:31

สาธุopen-mounthed smile

#3 By [ANA]* on 2011-06-09 12:38

สาธุ

#2 By katak on 2011-06-09 09:44

สาธุ big smile big smile

#1 By Deecaa on 2011-06-09 06:32