The Door to the Deathless is Open

posted on 29 Aug 2011 18:37 by fearlessdiary in Writing

 

      ค่ำวันหนึ่งข้าฯมีโอกาสร่วมสวดมนต์ทำวัตรเย็นกับพระภิกษุสามเณรและญาติโยมที่วัดพุทธานุสรณ์ เมืองฟรีมอนท์ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ในวันนั้นมีญาติโยมมาร่วมสวดมนต์ประมาณ 10 ท่าน เมื่อเสร็จจากการสวดมนต์และนั่งสมาธิ หลวงพ่อก็โน้มนำญาติโยมเข้าร่วมวงสนทนาธรรม โดยให้แต่ละท่านแสดงความคิดเห็นต่อคำถามที่ว่าทำไมจึงมาวัด? ข้าฯสะดุดใจในคำเฉลยของ พ่อหนุ่มไทยแท้ผู้หนึ่งซึ่งตอบด้วยสีหน้ามั่นใจจนจับได้ เขาแง้มว่า สาเหตุที่มาวัดก็เพราะเมื่อเขาต้องการสิ่งใด แล้วตั้งจิตอธิษฐานขอสิ่งนั้นกับองค์พระประธาน ภายในเวลาไม่เกิน 1-2 สัปดาห์ความปรารถนาของเขา ก็จะเป็นจริง! เมื่อสิ้นเสียงตอบพวกเราต่างก็หัวเราะจนพระอุโบสถสะท้านสะเทือน สงสารก็แต่ผู้หญิงฝรั่ง ที่กำลังยิ้มเจื่อนๆเปื้อนอุทานทำนองว่า อะไรของมันวะ? พ่อหนุ่มผู้นั้นเห็นไม่ได้การจึงยืนยันมั่นแม่นว่า จริงๆนะครับ ไม่เชื่อก็ลองดู ผมทำสำเร็จมาหลายครั้งแล้ว

      เมื่อความสังเวชใจคลายคลี่ สิ่งแรกที่ข้าฯรำลึกได้เป็นอันดับต้นๆก็คือสามลัทธินอกพระพุทธศาสนาอันได้แก่ ลัทธิกรรมเก่า(สิ่งทั้งหลายที่เราได้ประสบล้วนเป็นเพราะกรรมที่ทำไว้ในปางก่อน) ลัทธิพระเจ้าบันดาล(สิ่งทั้งหลายที่เราได้ประสบล้วนเป็นเพราะการบันดาลของเทพผู้ยิ่งใหญ่) และลัทธิมันเป็นไปเอง(สิ่งทั้งหลายที่เราได้ประสบล้วนหาเหตุปัจจัยมิได้) สามลัทธินี้เป็นอันตราย อย่างไม่น่าให้อภัยเพราะส่งผลให้บุคคลงอมืองอเท้าตั้งความหวังแล้งๆลมๆ ไม่พากเพียรขวนขวาย ในกิจการงานที่ดีงามสมกับที่เกิดมาเป็นมนุษย์

      อย่างไรก็ตาม การมาวัดไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใดก็ยังดีกว่าไม่มา บรรณาธิการหนุ่มผู้หนึ่งเคยถามพระว่า “ทำไมเราจึงได้ยินว่าพระพุทธศาสนาสอนเรื่องความดี แต่ไม่เคยได้ยินว่าพุทธศาสนาสอนเรื่องความจริง เลยล่ะครับ?” ข้าฯขว้างคำตอบไปตรงกบาลของเขาว่า “นี่เป็นโทษของการไม่ได้เข้าใกล้นักปราชญ์บัณฑิต เมื่อไม่ได้เข้าใกล้ก็ไม่ได้สดับสิ่งที่เป็นความจริง สิ่งที่เป็นประโยชน์” แม้บางใครจะมาวัดด้วยแรงจูงใจ ของลัทธิทั้งสาม แต่ก็ยังเป็นการเปิดช่องให้ตนได้พบกับพระภิกษุครูบาอาจารย์ หากพระภิกษุรูปนั้น เป็นผู้มีปัญญารอบรู้ท่านย่อมมองหากาลเทศะอันเหมาะสม แสดงเนื้อหนังของพุทธศาสนาให้บุคคล ผู้มืดมนได้พบแสงสว่างกระจ่างตา ถึงแม้เขาจะยังไม่พลิกทัศนคติจากหน้ามือเป็นหลังเท้าในขณะนั้น ก็ยังดีกว่าปล่อยทิ้งไว้จนสุดกำลังจะเยียวยา

 

สามเณร : หนูอายุเท่าไหร่?

เด็กชาย : 4 ขวบ แต่หนูแข็งแรงเหมือนเด็กอายุ 7 ขวบ

Comment

Comment:

Tweet

อนุโมทนาสาธุการกับคำสอนที่มีต่อพ่อหนุ่มไทยครับ big smile big smile

#11 By KAI DYLAN on 2011-09-08 04:41

สาธุึ่ค่ะ หลวงพี่ confused smile

#10 By onnsy on 2011-09-04 21:33

ลัทธิเสี่ยงโชค คือพวกที่ถือว่าสิ่งใดก็ตามที่ได้ประสบ จะเป็นสุขก็ตามทุกข์ก็ตาม มิใช่สุขมิใช่ทุกข์ก็ตาม ล้วนหาเหตุปัจจัยมิได้ คือถึงคราวก็เป็นไปเอง เรียกสั้นๆว่าอเหตุวาท

*พจนานุกรมพุทธศาสตร์ฉบับประมวลธรรม
พระพรหมคุณาภรณ์(ป.อ.ปยุตฺโต)

อาตมาเรียก "ลัทธิมันเป็นไปเอง" เพื่อให้คล้องจอง
กับสองลัทธิแรก ช่วยให้จำง่าย

#9 By เปสโลภิกขุ on 2011-09-04 02:47

น้องหนูตักบาตรตั้งแต่เด็กเลยนะครับ

นมัสการครับหลวงพี่

#8 By Clepsydra:: on 2011-09-02 10:02

ลัทธิมันเป็นไปเอง นี่เป็นประมาณไหนคะหลวงพี่ เพิ่งเคยได้ยิน sad smile

ฮ่าๆ มะเขือเทศลูกเบ้อเร่อมากกก น่าทานสุดๆ ชอบน้องตอบจังเลย พี่ก็อายุ 25 เหมือนกัน แต่สังขารร่วงโรยเหมือนอายุ 30.... ฮ่าๆๆ เป็นความเหมือนที่แตกต่างนะเนี่ย big smile Hot! Hot!

#7 By onnsy on 2011-08-31 08:08

ติดเรทนะคะ :) open-mounthed smile

#6 By utopui on 2011-08-31 07:23

น่าสนใจมากค่ะ การอธิษฐานจิตแม้จะห่างไกลจากปัญญามากเพียงใด แต่อย่างน้อยก็เป็นจุดเริ่มต้นแห่งความเลื่อมใสศรัทธา รูปภาพน่ารักมากค่ะ

นมัสการค่ะ

#5 By wonderboy on 2011-08-30 19:24

มันสดมาก

#4 By [ANA]* on 2011-08-30 15:57

หัวเราะไม่ออก..เพราะลัทธิเดียวกะพี่แกเลยเรา..ภาพสุดท้ายทำอะไร? พิสูจน์หรอหนูเป็นปู้จายเจง ๆ??

#3 By Trichada (118.172.26.94) on 2011-08-29 23:38

สาธุครับ น่ารักจัง ใส่บาตรของสดbig smile big smile big smile

(สีสวยอ้ะหลวงพี่)

#2 By tongg on 2011-08-29 23:02

นมัสการครับ เห็นเด็กฝรั่งตัวน้อยใส่บาตรเเล้วน่ารักดีครับ เหมือนเทวดาตัวน้อย ๆ big smile Hot!

#1 By i'am-toontoon on 2011-08-29 22:06