Hate Speech

posted on 07 Mar 2014 14:09 by fearlessdiary in Writing

 

      สิ่งสำคัญในการคิดถึง Hate Speech (ถ้อยคำแห่งความเกลียดชังเช่นควายแดง สลิ่มฯ) คือส่วนใหญ่คนจะคิดว่าห้ามพูด แต่การห้ามพูดมันคือการกดมันลงไป กวาดปัญหาไว้ใต้พรม เอาอะไรปิดเตาถ่านไว้ ควันไฟมันก็จะขึ้นมาอีก มันต้องมีที่ให้ปล่อย แต่ปล่อยให้ถูกที่และถูกกาลเทศะ

 a day bulletin issue 293 / 28 Feb-6 Mar 2014 (page 15)

 
      อาตมาเคยปฏิบัติธรรมร่วมกับคณะสงฆ์ชาวตะวันตกเป็นเวลา 2 ปีที่วัดป่าอภัยคีรี สำนักสาขาของวัดหนองป่าพง ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ทุกสองสัปดาห์จะมีการประชุมที่เรียกว่า Circle Meeting หรือ Heart Meeting เป็นโอกาสให้พระได้เปิดอกคุยกันซึ่งจัดว่าเป็น Free Speech เพราะพระที่เข้าร่วมประชุมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นได้ทุกเรื่อง แม้กระทั่งการวิพากษ์วิจารณ์พระอาจารย์ ซึ่งไม่เป็นที่นิยมในวัฒนธรรมพุทธที่เมืองไทย เพราะเราจะยกครูบาอาจารย์ไว้เบื้องสูง

      Circle Meeting มีกติกาอยู่ว่าห้ามนำเรื่องที่พูดคุยกันไปแพร่งพรายให้ผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมรับรู้เป็นอันขาด เพราะฉะนั้นพระที่เข้าร่วมประชุมจึง Free Speechได้อย่างเต็มที่ แต่ถึงกระนั้นการจะแสดงความคิดเห็นในเรื่องใดก็ต้องสอดคล้องกับหลัก "สัมมาวาจา-การพูดจาชอบ" คืองดเว้นจากวจีทุจริตอันได้แก่คำพูดโกหก คำพูดส่อเสียด คำพูดหยาบ คำพูดเพ้อเจ้อ เท่าที่สังเกตบรรยากาศในการประชุมอาตมาค่อนข้างมั่นใจว่า ไม่มีพระรูปใดรู้สึกอึดอัดกับการปฏิบัติ "สัมมาวาจา" เพราะเราได้ใช้ปัญญาพิจารณาแล้วว่าคำพูดที่เป็นวจีทุจริตจะนำความร้าวฉานมาสู่คณะสงฆ์ และนำความอัปมงคลมาสู่ชีวิตของตัวเอง เราจึงเต็มใจที่จะฝึกตัวเองไม่ให้พูดในสิ่งที่เป็นวจีทุจริต โดยเทียบเคียงกับคำสอนของพระพุทธองค์และมีพระอาจารย์ผู้ผ่านการฝึกฝนมาก่อนคอยให้คำแนะนำ (นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ว่าเหตุใดในวัฒนธรรมพุทธที่ประเทศไทยจึงยกครูบาอาจารย์ไว้เบื้องสูง) แต่ถ้าใครรู้สึกอึดอัดกับการปฏิบัติสัมมาวาจาก็แสดงว่าปฏิบัติผิดหรือปัญญายังไม่เกิด อุปมาได้ว่าเมื่อบุคคลเรียนรู้ว่าการบริโภคฟาสต์ฟู้ดต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานจะทำให้เกิดโรคหัวใจ เบาหวาน และความดันโลหิตสูง จึงพยายามลด ละ เลิก สำหรับผู้ที่บริโภคฟาสฟู้ดเป็นประจำอาจจะรู้สึกอึดอัดบ้างในระยะแรกเนื่องจากความคุ้นชิน แต่เมื่อเห็นโทษภัยอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งบุคคลนั้นก็จะเกิดความมุ่งมั่นและประสบความสำเร็จในที่สุด ในชีวิตประจำวันของผู้ปฏิบัติธรรมบางครั้งอาจมีคำพูดที่คลาดเคลื่อนไปจากสัมมาวาจาอยู่บ้าง เพราะเรายังมีสติสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์ แต่สิ่งหนึ่งที่เรามีไว้ประจำใจก็คือ "หิริโอตตัปปะ-ความละอายและเกรงกลัวต่อบาป" ซึ่งจะเป็นพื้นฐานในการพัฒนาสัมมาวาจาและชีวิตด้านอื่นให้งอกงามยิ่งๆขึ้นไป

   "สัมมาวาจา" เป็นข้อปฏิบัติที่กินขอบเขตกว้างขวางครอบคลุมการพูดทุกชนิดของมนุษย์รวมทั้ง Hate Speech ซึ่งจัดเป็นวจีทุจริต จึงไม่ควรนำมาพูดหรือสื่อสารไม่ว่าจะเป็นกาลหรือสถานที่ใด เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง Hate Speechคือเจตนาที่เป็นอกุศล ความโง่เขลา ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แม้แต่คำพูดของกลุ่มคู คลัก แคลนที่ว่า "เรามีความเห็นว่าคนต่างสีผิวไม่ควรอยู่ร่วมกัน" ก็เกิดจากโมหะคือการเลือกมองเฉพาะบางแง่มุม ละเลยความจริงด้านอื่น ไม่เป็นไปเพื่อกุศลหรือสันติสุขของสังคม การเพ่งจ้องความแตกต่างทำให้เกิดการแตกแยก ด้วยเหตุนี้พระพุทธศาสนาจึงให้เรามองในสิ่งที่มนุษย์หรือสัตว์อื่นมีร่วมกัน นั่นก็คือความทุกข์อันมีที่มาจากความเกิด แก่ เจ็บ ตาย เพื่อจะได้ไม่เบียดเบียนกันเพราะทุกชีวิตเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ มีความทุกข์เบียดเบียนเป็นประจำอยู่แล้ว จึงไม่ควรนำความทุกข์ไปเพิ่มให้กับชีวิตอื่นอีก นี่ไม่ใช่การห้าม กดทับ กวาดปัญหาไว้ใต้พรม หรือเอาอะไรมาปิดเตาถ่าน แต่เป็นการใช้สติปัญญาพิจารณาอย่างรอบคอบจนมองเห็นประโยชน์ของการงดเว้น Hate Speech และเห็นความเสียหายที่จะตามมาหลังจากการถ่ายเท Hate Speech สู่ประชุมชน 

Comment

Comment:

Tweet

เพิ่งลองเฟซบุ๊ค sad smile แวะไปพบกันได้
https://www.facebook.com/pesalocation

#2 By เปสโลภิกขุ on 2014-03-26 17:48

ตอนนี้ในเน็ต เต็มไปด้วย Hate Speech
( Hot! Hot! )

#1 By Nirankas on 2014-03-07 17:57